สายพันธุ์แมวไทย

แมวไทยที่พบในปัจจุบันแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่

1. แมวไทยโบราณตามตำราสมุดข่อยสมัยกรุงศรีอยุธยา (แมวไทยมงคล 17 ชนิด) ได้แก่
  1. แมววิเชียรมาศ
  2. แมวศุภลักษณ์
  3. แมวมาเลศ หรือแมวสีสวาด หรือแมวไทยโคราช
  4. แมวดำโกนจา
  5. แมววิลาศ
  6. แมวแซมเสวตร 
  7. แมวเก้าแต้ม
2. แมวไทยสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในกรุงรัตนโกสินทร์
  1. แมวไทยเบอร์มีส
  2. แมวไทยท็องกินีส
  3. แมวขาวมณี
  4. แมววิฬาร์กรุงเทพ
  5. แมววิฬาร์กรุงศรี
  6. แมววิฬาร์กรุงสยาม 
  7. แมวสีกลีบบัว 
รวมมีแมวไทย 14 ชนิด

และยังแบ่งแมวไทยออกได้อีก 3 ประเภท ได้แก่ 

1. แมวไทยที่มี Genetic หรือมีพันธุกรรมเป็นของตัวเอง ได้แก่ 
  • แมววิเชียรมาศ (cscs BB DD)
  • แมวไทยเบอร์มีส (cbcb BB DD)
  • แมวไทยท็องกินีส (cscb BB DD)
  • แมววิฬาร์กรุงเทพ (cmcm BB DD)
  • แมววิฬาร์กรุงศรี (cbcm BB DD)
  • แมววิฬาร์กรุงสยาม (cscm BB DD)
  • แมวศุภลักษณ์ (CC bb DD) 
  • แมวดำโกนจา (CC BB DD)
  • แมวมาเลศหรือแมวสีสวาด (CC BB dd) 
  • แมวสีกลีบบัว (CC bb dd) 
  • แมวขาวมณี (WW และ Ww) 
2. แมวไทยเบ็ดเตล็ด หรือแมวไทยลายบังเอิญ ปัจจุบันมี 2 ชนิด 
  • แมววิลาศ ปัจจุบันยังไม่พบ Genetic ที่เป็นลายคงตัว แต่เมื่อนำแมววิลาศมาจับคู่ผสมกันสามารถให้ลูกแมววิลาศคล้ายกับพ่อและแม่ได้ แต่ไม่สามารถทำให้ลายแมววิลาศตรงตามระเบียบแบบในตำราสมุดข่อยได้ ส่วนมากหางไม่เป้นสีขาวทั้งหาง และลายเส้นที่หลังยังไม่เสถียร และที่สำคัญแมววิลาศในตำราสมุดข่อยหลายเล่มมีลักษณะไม่ตรงกัน เช่น ตำราวัดอรุณฯ มีทั้งแมววิลาศรอบคอขาวเป็นวงกลม, แมววิลาศรอบคำดำแต่ท้องคอขาว, แมววิลาศที่ใส่ถุงเท้ายาวถึงท้อง, แมววิลาศหูขาวและหูดำ, แมววิลาศที่ใส่ถุงเท้าทั้ง 4 ข้าง ถุงเท้ายาวเท่ากันแต่ถุงเท้ายาวสูงแค่หัวเข่า เป็นต้น รวมถึงลักษณะหน้าขาวใบโพธิ์ที่มีหลายแบบ เช่น หน้ากากที่เป็นรูปใบโพธิ์แบบใบไม้ แต่ลายขาด (หน้าผากดำ) และแบบหน้าใบโพธิ์ที่เป็นเส้นสีขาวยาวขึ้นไปถึงหัวหรือคอ ซึ่งในตำราสมุดข่อยเองก็ยังมีความกำกวมสูง และแมววิลาศที่พบในปัจจุบันก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ คือมีหลายแบบ แมววิลาศจึงสันนิฐานว่าเป็นเพียงลายบังเอิญที่สวยงามเท่านั้น (หรือลายมงคลความความเชื่อสมัยอยุธยา) ซึ่งในอดีตชาวอยุธยาได้จดบันทึกไว้ แต่คนรุ่นหลังนำมาเรียกเป็น "สายพันธุ์" แต่กลับมีความกำกวมเรื่อง Genetic เป็นอย่างมาก แมววิลาศมีพันธุกรรมคล้ายกับแมว White Spotting Dominant หรือจำพวกแมวลายวัว แมวดำใส่ถุงเท้า แมวดำหน้าบโพธิ์ ฯลฯ  แต่มี Low-grade สีขาวต่ำกว่า 40% 
  • แมวเก้าแต้ม ปัจจุบันไม่พบ Genetic แมวเก้าแต้มที่มีแต้มตรงตำแหน่งแบบในตำราสมุดข่อย และตำราสมุดข่ยเองก็บันทึกแมวเก้าแต้มไม้หลายแบบ จึงสันนิฐานว่าแมวเก้าแต้มเป็นแมวลายบังเอิญเช่นเดียวกัน เพียงแค่ยึดหลัก "แมวขาวที่มีแต้มดำ 9 แห่ง" เพราะในสมัยกรุงศรีอยุธยา (ก่อน พ.ศ. 2310) ไม่มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว การจดบันทึกจึงจดเพียงว่าแมวมงคลที่มีแต้ม 9 แห่ง เราจึงไม่สามารถตีความว่าแมวในตำราโบราณเป็น "สายพันธุ์" ไม่ได้ทุกชนิด แมวเก้าแต้มในปัจจุบันมี Genetic เป็น White Spotting Dominant แต่เป็นแบบ High-grade Spotting ที่มีสีขาวมากกว่า 60% ขึ้นไป  
3. แมวไทยแบบลักษณะ มีชนิดเดียว คือ 
  • แมวแซมเสวตร เนื่องจากเคยนำแมวแซมเสวตรมาทดลองเลี้ยงและนำไปตรวจ DNA แล้ว ปรากฎว่าในเวลาต่อมาไม่นาน แมวแซมเสวตรมีขนกลับไปเป็นสีดำโกนจาเหมือนเดิม ซึ่งแมวแซมเสวตรที่เคยเจอในเมื่อไทยเป็นแบบนี้ทุกตัว (ในตำราหมายถึงแมวดำที่มีขนขาวแซมทั้งตัวจนมองเหมือนสีตะกั่ว ไม่ใช่ขนสีขาวแซมเพียงไม่กี่เส้น) เมื่อนำแมวดังกล่าวไปตรวจ DNA พบว่ามันเป็นแมวดำโกนจาปกติ จึงหาสาเหตุและตั้งข้อสันนิฐานว่า แมวแซมเสตรตามตำราสมุดข่อยอาจเป็นเพียงแมวดำโกนจาที่ป่วยเป็น Fever Coat เท่านั้น และไม่ได้เกิดกับแมวดำโกนจาเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับแมวทุกตัว ทุกวัย และทุกสายพันธุ์ แต่จะพบมากในแมวเด็กที่ขาดวิตามิน หรือไม่แข็งแรงตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เมื่อคลอดออกมาจึงมีลักษณะแซมเสวตร แต่สามารถหายได้ในตอนโต นอกเหนือจากนี้ยับพบได้ในแมวที่เคยผ่าตัด/ทำหมัน หรือเคยโดนโกนขน เมื่อร่างกายเกิดคามผิดปกติ ขนที่งอกขึ้นมาจึงมีสีขาว ซึ่งเป็นเส้นขนแมวป่วยที่ขาดเม็ดสีเข้ามาหล่อเลี้ยงโดยฉับพลันนั่นเอง 

Update : สิงหาคม 2024

ความคิดเห็น